top of page

โรค FIP แบบแห้ง (Non-Effusive) โรคเยื่อบุในกระเพาะอักเสบแมวแบบแห้ง

dry-fip-or-non-effusive-fip-cover

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ FIP

โรค Feline Infectious peritonitis หรือ โรค FIP เป็นอีกหนึ่งโรคที่สำคัญในแมว สามารถพบได้ทั่วโลกและในทุกช่วงอายุของแมว แต่ที่พบได้บ่อยคือแมวในช่วงอายุน้อยกว่า 2 ปี แม้ว่าโรคนี้จะพบได้ทั่วไปแต่ ถ้าเกิดขึ้นกับน้องแมวก็มีอันตรายถึงชีวิต

สาเหตุของโรค FIP

เกิดจากน้องแมวภูมิตกทำให้ภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอที่จะป้องกันตนเองจากไวรัส ทำให้ไวรัสโคโรน่า(FCoV) กลายพันธุ์กลายเป็น FIPV โดยไวรัส FIP จะอาศัยและเพิ่มจำนวนเซลล์ จนเข้าสู่กระแสเลือด(หลอดเลือด) ส่งผลร้ายให้แก่น้องแมว ซึ่งอาการจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละตัว

อาการของโรค FIP แบบแห้ง

อาการของ FIP แบบแห้งนั้น จะพบได้บ่อยในน้องแมวที่มีน้ำหนักน้อย โดยจากลักษณะภายนอกแล้ว เราไม่สามารถระบุได้ว่าเค้ามีความผิดปกติอย่างไร ไม่เหมือนกับ FIP แบบเปียกที่จะมี ลักษณะท้องป่องให้เห็นได้ชัดเจน อย่างไรก็ตามนอกเหนือจาก FIP แบบแห้งปกตินั้น ไวรัส FIP นั้นยังสามารถเข้าไปยังระบบประสาท ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออวัยวะ 2 ส่วนดังนี้

  • FIP แบบแห้ง ไวรัสขึ้นดวงตา (Ouclar): ดวงตาจะขุ่น มองไม่เห็น หรือ มีเลือดคั่งในดวงตา

  • FIP แบบแห้ง ไวรัสขึ้นระบบประสาท (Nuerological): เดินเซจากขาหลัง ขาหลังไม่มีแรง เดินด้วยขาคู่หน้าอย่างเดียวนอกจากนี้ยังมีโอกาสที่ไวรัสขึ้นสมองส่งผลทำให้เกิดอาการชักได้(รุนแรง)

โดยจะมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น

  • เบื่ออาหาร ไม่อยากทานอาหาร

  • น้ำหนักตัวลดลด

  • ไม่ร่าเริง หรือ อ่อนแรง

การวินิจฉัยโรค

ในปัจจุบันการวินิจฉัยโรค FIP ยังไม่สามารถฟันธงได้ 100% ซึ่งต้องใช้ข้อมูลหลายส่วนประกอบไม่ว่าจะเป็น

  • พฤติกรรมของแมว

  • อาการที่สังเกต ได้จากภายนอก

  • การตรวจเลือด(CBC) หรือ RT-PCR ซึ่ง FIP แบบแห้งนั้น ถ้าไม่ได้มีอาการไวรัสขึ้นดวงตา หรือไวรัสขึ้นระบบประสาท จะสังเกตได้ยากเนื่องจาก จะมีอาการคล้ายๆแมวป่วยทั่วไป แต่หลังจากได้ตรวจเลือด ก็พบว่าน้องติดไวรัส FIP ไปแล้ว

การรักษาโรค

การรักษาโรค FIP นั้นปัจจุบันสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา GS-441524 โดยจะฉีดทั้งหมด 84 วัน

ตัวเลขนี้มาจากงานวิจัยของต่างประเทศว่าระยะเวลานี้ เป็นระยะเวลาที่สามารถป้องกันการกำเริบได้ดีที่สุด โดย FIP แบบแห้งนั้นจะเริ่มต้นฉีดโดสที่ 8mg (ต่อน้ำหนักน้องแมว) ซึ่งขึ้นอยู่กับอาการของน้องแมวแต่ละตัว ถ้าหากครบ 84 วันแล้วยังพบว่า A/G Ratio ยังอยู่ในโซนอันตรายอยู่ (<0.6) ก็จะมีการพิจารณาให้ยาต่อไปอีก 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามโรคนี้เป็นโรคที่ต้องแข่งกับเวลา ถ้าหากตัดสินใจรักษาช้าก็อาจจะทำให้ ไวรัสขึ้นสมองได้(น้องแมวจะมีอาการชัก) ซึ่งโอกาสที่จะรักษาก็จะน้อยลงไป

วิธีการป้องกันโรค

ปัจจุบันนั้นยังไม่มีวิธีที่ป้องกันโรคได้ 100% เบื้องต้นหากพบว่าแมวเป็น FIP ที่เราสามารถทำได้คือ

  • หมั่นทำความสะอาดบริเวณที่อยู่อาศัยของน้องแมว

  • ทำความสะอาดกระบะทรายให้บ่อยมากขึ้น

  • ถ้าเลี้ยงแมวหลายตัว ให้แยกน้องแมวที่ป่วยออกมาก่อนเพื่อให้น้องได้ฟื้นฟูได้เต็มที่

อย่างไรก็ตามถ้าหากพบว่า น้องแมวป่วยแล้ววิธีที่ดีที่สุดคือ รีบพาไปพบสัตวแพทย์โดยเร็วจะดีที่สุดเนื่องจากโรคนี้ยิ่งเริ่มต้นรักษาได้เร็วโอกาสที่จะหายก็จะสูงตามไปด้วย


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำปรึกษา

ดู 9,834 ครั้ง

Comments


Commenting has been turned off.
bottom of page